ก็นานมากๆ กว่าจะได้รูปมา เพราะช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาอยู่ที่บ้านในจังหวัดอุบลราชธานี ในขณะที่ภาพถ่าย ทาง ม.มหาจุฬาฯ วังน้อย , ได้ฝากไว้กับอาจารย์สอนวิชาจิตวิทยาฯ (ตัวที่เป็นต้นเหตุให้ไปเข้าค่ายนี้ ^^! )
ภาพจะมีเฉพาะนับแต่วันที่ 20 มีนาคม 2551 เป็นต้นไป , ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นอยู่ในกล้องคนละตัวกัน และพระท่านไม่ได้เอามารวมไว้ให้ด้วย T-T ( เนื่องจากผมไ่ม่ได้ถ่ายเอง เพราะแน่นอนว่าค่ายแบบนี้ ต้องอยู่ในวินัยต่างๆ และคงทำอะไรแบบมาเที่ยวเล่นไม่ได้ , ช่างภาพจึงเป็นวิปัสสนาจารย์ท่านหนึ่ง กับ ผู้ดูแลอาคารหอพัก(ซึ่งเราก็ไม่ได้รูปจากกล้องเขาเ่ช่นกัน เหอๆๆ) )
แต่พระรูปนี้เป็นช่างภาพที่เจ๋งไม่เบาเลยทีเดียว มาดูกันดีกว่า ^^~
ภายในห้องปฏิบัติฯ กำลังเดินจงกรมกัน เนื่องจากผ่านมาหลายวันแล้ว ภาพที่เห็นจึงดูเรียบร้อยขนาดนี้, แต่ สังเกตมั้ยครับว่านี่มันค่ายหญิงล้วนหรืออย่างไรกัน แล้วผมอยู่ที่ไหนล่ะ?
จากทั้งหมด 9 แถว , มีเพียง 1.8 แถวที่เป็นผู้ชายน่ะครับ แหะๆ ^^! (จำนวนคนราว 80 , มีผู้ชายอยู่ 12)
แม้ร่างกายไม่อำนวยแต่ใจสู้ ไม่เป็นปัญหาเพราะปฏิบัติอิริยาบถนั่ง อย่างเดียวก็ได้
พระมหาเมทาฯ เป็นผู้ดูแลการปฏิบัติตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายครับ (มีแค่บางรอบที่เป็นพระรูปอื่น)
พระมหาเมทา จันทสาโร , ชัดๆขณะเจริญสติท่านั่ง
กินข้าว ^^ (เนื่องจากถือศีล 8 วันหนึ่งๆ จะได้กินเพียง เช้า และ เพล , ค่ำๆ จะมีน้ำปานะ)
อาจารย์ 3 ท่านด้านใกล้ คือที่มาจาก มธ. (คนแว่นทางซ้ายคืออาจารย์ที่สอนวิชาที่ผมเรียนนี่ล่ะครับ) , คนโกนศีรษะคือครูดล (สอนโยคะยามเช้า) , อีกคนคือ อ. สอนจิตวิทยา ของ ม.มหาจุฬาลงกรณ์
สถานที่สอบอารมณ์ อยู่ส่วนหลังของห้องปฏิบัติ
เกมผ่อนคลายยามบ่ายโดยพี่ดล (เนื่องจาก อ. ต่างเห็นว่า นศ. เหมือนจะเฉาลงทุกวันที่ผ่านไป และการฝึกรอบบ่ายตั้งแต่ บ่ายโมงไปจนจรดเย็น ดูจะหนักไป จึงมีกิจกรรมผ่อนคลายคั่นกลางเล็กน้อยครับ)
อ. ช่วนกันเดินทำหน้าทีผู้คุมกฏของเกม
อีกเกมคล้ายเป็นการสัมภาษณ์และชักจูงให้คิด ค้นหาความต้องการและความหมายแท้ๆในชีวิตของแต่ละฝ่าย จะเป็นการผลัดกันถาม โดยคำถามนี้ อ.เป็นผู้กำหนดให้ทุกคนเหมือนกัน และถามซ้ำหลายๆรอบ
นนท์ เพื่อนร่วมภาควิชาหนึ่งเดียว ที่ผมลากไปเรียนวิชาจิตวิทยา ตัวนี้ด้วยกัน เหอๆ ^^' (แต่เขาก็ใฝ่ธรรมอยู่บ้างเป็นทุนเดิม จึงไม่ได้ว่าอะไรที่มาลงเอยที่นี่ครับ 555 )
อีกเกม เป็นการจับกลุ่ม ช่วยกันเขียนตอบคำถามที่อาจารย์ตั้งมาให้ ระดมความคิดกันให้ได้มากที่สุด ซึ่งไม่รู้ลงอีท่าไหน ทำไมจับกลุ่มมาให้ผมเป็นหญิงล้วนหมดหว่า - -' (แล้วยังมาเดินไซโค ถามว่ารู้สึกเป็นไงบ้างเป็นผู้ชายคนเดียว 555.... -,- จำไว้เลยอาจารย์ เหอๆ )
กดดันโว้ย - -! แต่ระดับผมแล้ว นิ่งเสมอ - -+ , มีคนชมว่าลายมือสวยด้วยแหะ
แล้วพวกคุณเธอ ก็ตั้งชื่อกลุ่มเขียนลงไปแบบว่า เอ่อ... ไม่รู้ผมจะแทรกแผ่นดินไปไหนดี (ในนี้รูปเล็กอ่านไม่ออก อิอิ :P )
นั่งหลบหลังเสาดีกว่า ^^!
ไปเดินจงกรม ณ ลานกว้าง กลางอาคารเรียนรวม (ใหญ่กว่าอาคารเรียนใดๆของ มธ. ครับ... อลังการณ์มากๆ ) มีเศษอุปสรรคตามพื้นประปราย ทำให้ได้ฝึกสติรู้ เจ็บหนอ บ่อยๆ - -' (เศษหินทราย ไม้ และบางทีเป็นสกรูเหล็กที่ตกหล่นในการก่อสร้างอาคาร - -! )
นั่งวิปัสสนากันแล้ว เรียงแถวสวยงามจริงๆ (เห็นคนข้างหน้า แล้วนึกถึงจอมยุทธ์กำลังฝึกวิชาพิกล)
ธรรมกายก็สู้เราไม่ได้ หึๆๆ เราจำนวนน้อย แต่ประสิทธิำภาพสูง
นั่งนิ่งกันจนพระิอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดลง (โดยเฉลี่ยแล้ว การนั่งวิปัสสนาแต่ละครั้ง ใช้เวลา 30 นาที...แต่ถือว่าพัฒนาได้เร็ว ในช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่วันแบบนี้)
ขึ้นวันใหม่ เรามาทำวัตรเช้ากันเป็นกิจวัตร (ทุกคนต้องมาพร้อมกันที่ห้องนี้เวลา ตี4 ตรงครับ)
แล้วเราก็มาฝึกกันซักบัลลังก์ สองบัลลังก์ (เดินจงกรม + นั่งวิปัสสนา , 1 ชุด คือ 1 บัลลังก์) ตามแต่เวลาอำนวย , หน้าตาเหมือนคนจิตลอยออกจากร่างมากกว่ามีสติพร้อมแหะ ^^!
กวาง, คนที่ผมได้ข้อมูลจากการพูดคุยและคาดว่าเป็นผู้มีประสบการณ์เข้าค่ายแบบนี้สูงที่สุด คือคนนี้เองครับ ท่านั่งนี่มั่นคง หลังตรงดีมากๆ (อยู่ชุมนุมพุทธ มธ. ด้วยล่ะ)
ฝึกโยคะ ให้ร่างกายยืดหยุ่น แข็งแรง เพื่อให้นั่งวิปัสสนาได้อึดขึ้น ไม่เหน็บกิน, พวกเราทุกคนรอให้ถึงเวลานี้ เวลาที่จะได้ฝึกโยคะ ท่าศพ :P
ท่าจระเข้
สังเกตว่าบางคนไม่ยกขา ไม่กระดิกตัวเลย บางคนค้างอยู่ในท่าจระเข้ด้วยซ้ำ เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อเข้าถึงศาสตร์การผ่อนคลายอย่างลึกแบบโยคะ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือ หลับ....ไปเลย ^^'
ดัดหลังกันหน่อย
พระอาจารย์ก็ทำได้ เห็นอย่างนี้ ว่ากันว่า ฝึกโยคะ ฤษีดัดตน ชำนาญเหมือนกัน
ครูดล พาทำท่าต้นไม้
ได้เวลากินอีกครั้ง
สอบอารมณ์กับพระมหาสมภารฯ , เวลา 80% ของการสอบอารมณ์ คือการฟังประสบการณ์อันโชคโชนของท่าน อย่างเพลิดเพลิน (จนลืมสอบอารมณ์ไปเลย ^^' ) ว่ากันว่าเป็น วิปัสสนาจารย์ อันดับ 1 ของไทย จริงเท็จอย่างไร ผมก็คิดว่า เรื่องแบบนี้วัดจัดอันดับกันคงไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีมาตรวัดแน่ชัด (แต่ในพระวิปัสสนาจารย์ทุกรูป ผมก็ชอบรูปนี้มากสุดล่ะ)
เกมช่วงบ่ายของอีกวัน , อ. ก็เอากับเขาด้วย
นศ. ผู้ที่มีกำลังมากที่สุด เล่นเกมบางอย่างกับพี่ดล วัดกำลังกันเล็กน้อย พร้อมข้อคิดดีๆ
อีกครั้ง...
สวยงามเช่นเคย
นั่งกันจนมืด ลืมตามาอีกที ก็มืดแล้ว ไฟใต้ตึกต่างๆถูกเปิดขึ้น รอบนี้เป็นรอบที่นั่งนานที่สุด คือจับเวลาได้ราว 45 นาที =[]=! (แต่ผมก็ไม่เหน็บกิน อ่าห้า เริ่มเข้าขั้นๆ :E ) ได้ยินเสียงกระดิ่งปริศนา รอบๆสถานที่ขณะนั่งกันอยู่ บ้างก็ว่าเสียงนั้นมาวิ่งรอบตัวตน เป็นที่ลือกันว่าเป็นวิญญานลึกลับแถวนี้ (ลือกันไปหลายวันทีเดียว)
กินข้าว อีกครั้ง (อยู่ในท่าปัดแมลงวันพอดี ^^' )
ในล๊อบบี้อาคารที่พัก มีรูปหลวงพ่อปัญญาฯ อยู่ให้แวะกราบบูชากันได้ด้วย
ถ่ายรูปหมู่ ประนมมือสวยงาม (ผมยืนหลังพระอาจารย์พอดี)
ฟรีสไตล์
ฟรีสไตล์ ... เกินไปมั้ยน้อง ^^'
วันสุดท้าย มีให้ตัวแทนแต่ละแถว ออกมาพูดบรรยายความรู้สึกที่ได้รับ จากการเข้าค่ายปฏิับัติธรรมครั้งนี้
และทำพิธีปิดต่างๆ และ ละศีล 8
ฟังเทศน์ กันอีกเล็กน้อย แต่นานๆ ตามสไตล์ท่านพระมหาสมภารฯ
พระมหาสมภารฯ ชัดๆ (ผู้ใดทราบชื่อเต็มๆของท่าน ช่วยบอกผมด้วย เหอๆ ^^' )
ทุกคนได้รับวุฒิบัตร เป็นหลักฐานแสดงว่า ได้ผ่านการเข้าค่ายวิปัสสนา 7 วัน ตามโครงการร่วมกันระหว่าง ภาคจิตวิทยา มธ. และ ภาคจิตวิทยา ม.มหาจุฬาฯ
หัวหน้าคณะวิปัสสนาจารย์ (มั้ง .. ขอโทษค้าบผมจำไม่ได้ T-T หรือเป็นผู้อำนวยการของที่นี่หว่า..)
แต่ด้วยแผนการของท่านอาจารย์ มธ. ของเรา, มีเกมสุดท้ายที่ต้องเล่นกัน คือ วุฒิบัตรที่แต่ละคนได้รับ จะได้มาแบบสุ่ม ดังนั้น เราต้องไปไล่ถามทำความรู้จักทุกคนเพื่อตามหาวุฒิบัตรของตัวเองให้พบ
หลังจากนั้น ก็เก็บของขึ้นรถ กลับ มหาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต , และผมก็สดชื่อเต็มที่ เหมือนมีแรงใจเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย ^^ (แต่ก็สดชื่นแค่วันเดียว , วันต่อไป ก็เริ่มเหมือนเดิม ยกเว้น จะเผลอกำหนด หนอ เป็นพักๆ ด้วยความเคยชินจากในค่าย)
ใครยังไม่เคยลอง คุณมีโอกาสได้ลอง เพียงแค่เรียนวิชา PY216 ของ ม.ธรรมศาสตร์ คุณก็จะได้ประสบการณ์ทรหดไว้ติดตัวเช่นนี้ได้ เช่นกัน หึๆๆ
ไว้เจอกันใหม่ entry หน้าครับ ถ้ามีเรื่องให้อัพ ^^/
EDIT เพิ่ม link ไป entry อื่น ที่เกี่ยวข้อง กับการเข้าค่ายครั้งนี้
ไปเข้าค่ายปฏิบัติธรรม 7 วัน นิดๆ
กลับจากเข้าค่ายปฏิบัติธรรมแล้วedit @ 8 Jun 2008 10:21:35 by Detonator
























