2006/Mar/02

จากกระทู้นี้ครับ

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X4153446/X4153446.html

ใจความว่า


พระ ถูกฝึกให้ไร้ความรู้สึก

แนวทางของพระ คือการที่ต้องละทิ้งต้นเหตุของอารมณ์ทั้งหมดที่ก่อให้เกิดความทุกข์ ซึ่งรวมถึงความสุขที่ที่เป็น
ความสุขที่เกิดจากกิเลสหรือความทุกข์นั่นแหละ สรุปรวมคือการละทิ้งทุกความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง

ผลที่ได้คือความสุขที่แท้จริง ดังนั้นการเป็นพระ นั้นก็คือการไร้ความรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ ไม่ยึดติดต่อสิ่งเร้าใดๆ ไม่ว่า
จะเป็น การเหยียบขี้หมา กลิ่นเหม็น แบบนี้ก็ไม่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกใดๆเลย

ที่ผมอยากรู้คือ ในเมื่อเราสามารถละทิ้งทุกความรู้สึกแล้ว ความสุขที่แท้จริงมันคืออะไรหละครับ มันเป็นยังไง
หรือมันคือความสงบ ของจิตใจ

ปล. ผมถามห้องนี้แหละครับ ไม่อยากถามห้องศาสนา เดี๋ยวจะได้คำตอบเป็นภาษาบาลีอีก

จากคุณ : FoX--(อมบ๊วย) - [ 2 มี.ค. 49 07:31:58 A:58.136.102.199 X: TicketID:084819 ]


ความสุขที่ว่านั้น เป็นความสุขคนละแบบกับที่คนธรรมดาทั่วๆไปรู้จัก หรือใฝ่หาครับ

ทุกข์ == ความทนอยู่ไม่ได้ , อารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่สมดังปราถนาทั้งโดยกิเลสและจิตสำนึก

สุข เพราะ ไม่ทุกข์

ความไม่ทุกข์ มีอยู่สองระดับคือ
- ความสุขจากกิเลส
- ความรู้สึกที่เป็นกลางเสมือนไม่รู้สึกทุกข์สุขอะไร

ทั้งสองข้อบน ล้วนเรียกว่าความ "ไม่ทุกข์" เหมือนกันทั้งคู่ครับ แต่ความหมายต่างกัน สำหรับผู้ปฏิบัติตนเพื่อเขาสู่ห้วงนิพพาน จะเป็นไปตามข้อสอง คือ ทำใจให้สงบเป็นกลาง

ความสุขในข้อแรกนั้น เรียกว่า ความสู่ที่เห็นเหตุนำไปพบทุกข์ภายหลังครับ ดังนั้น ความสุขในข้อแรก กับความทุกข์ ล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน เป็นทวิภาพของกันและกัน แต่เป็นการแกว่งไกวของอารมณ์ ในแบบที่ทิศทางต่างกัน หรือคนละขั้วกัน( นึกถึงจำนวนจริง บวก หรือ ลบ )

แต่หนทางสู่นิพพาน ต้องการให้พ้นจากการแกว่งไกวนี้ก่อน เรียกว่ามีนิพพานเป็นอารมณ์ และรักษาสภาพนั้นไว้ จนกระทั่งหมดอายุขัย เรียกว่า เข้าสู่ดับขันธุ์นิพพานโดยสมบูรณ์

อนึ่ง พระอริยะ ที่ปฏิบัติธรรมจริงๆ จะไม่สนครับว่าตนเองเป็นพระอริยะระดับไหน สนเพียงแต่ปฏิบัติธรรมในขั้นที่ลึกซึ้งเรื่อยๆจนถึงที่สุด เพราะถ้าสนว่าตนเป็นอะไรระดับไหน อาจจะเกิดอารมณ์หลงตนได้ครับ
การจะตัดสินว่าบรรลุธรรมระดับไหนแล้ว จึงมาจากพระอริยะรูปอื่นมากกว่า

วันนี้เว็บบอร์ดที่สิงอยู่ประจำล่มมาหลายวันแล้ว เซ็งจังเลยน้อ - -~

/me กลับไปปั่นงานส่ง แล้วลุยสอบไฟนอลต่อไป....

Comment

Comment:

Tweet


ความรู้สึกรักโลภโกรธหลง เป็นต้นกำเนิดทุกข์ เมื่อละได้ก็จะรู้สึกดีครับ ไม่รัก ไม่โลภ ไม่โกรธ และไม่หลง
#5 by นายฉิม At 2006-04-26 08:34,
ผมตอบของคุณ Fox ที่ถามก่อนดีกว่า สำหรับของ Deto เอาไว้คุยกันด้วยเสียงสดๆ ละกัน

ก่อนอื่น คงต้องจำกัดความคำว่า "ความรู้สึก" กันใหม่ตามแนวทางของพุทธศาสนาก่อนน่ะครับ เพราะเรื่องของนามธรรมทางพุทธ จะต่างกับภาษาชาวบ้านมากๆ ดังนั้นหากจะกล่าวถึงนามธรรมแล้วคงต้องแม่นศัพท์กันซักนิด

เรื่องทางจิตใจ หรือนามธรรมทางธรรมะนั้น แบ่งเป็น 4 ส่วน เรียกว่า นามขันธุ์ ได้แก่ วิญญาณ, เวทนา, สัญญา, และสังขาร

วิญญาณ คือ การรับรู้ ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เกิดเป็นการ เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สัมผัส และรู้ทางใจ

เวทนา คือ ความรู้สึกที่เกิดประกอบกับจิต เราจะเข้าใจมันในลักษณะของความรู้สึกผิวนอก หลังจากรับข้อมูลทางอายตนะทั้ง 6 แล้ว ซึ่งมี 5 อย่าง ได้แก่ ความรู้สึกสบายกาย ไม่สบายกาย โสมนัส โทมนัส และความรู้สึกเฉยๆ

สัญญา คือความทรงจำเก็บเป็นข้อมูลเพื่อหมายรู้เอาในอนาคต เมื่อเกิดการเทียบเคียงกับข้อมูลที่รับรู้มาใหม่ๆ

สังขาร คือ การปรุงแต่งวิญญาณอีกทอดหนึ่ง เพิ่มคุณสมบัติลงไปให้กลายเป็นกรรม เช่น พวกกิเลส โลภะ โทสะ โมหะ หรือบุญต่างๆ เช่น เมตตา ปัญญา สติ เป็นต้น

ดังนั้น ในเมื่อพระอริยบุคคลมีประสาทสัมผัส มีร่างกายของมนุษย์แล้ว พระจึงไม่ใช่สิ่งด้านชาไร้ความรู้สึก เมื่อเป็นไข้ท่านก็ปวดหัวตัวร้อนดังเช่นพวกเรา แต่พระอรหันต์เมื่อรับรู้ข้อมูลทางประสาทสัมผัสต่างๆ และเกิดความเจ็บปวด ป่วยไข้ หรือสบายกายแล้ว ท่านไม่ปรุงแต่งจิตต่อด้วยกิเลส ให้เกิดเป็นความชอบหรือเกลียด พูดง่ายๆ ว่าตัดวงจรของ "สังขาร" นั่นเอง

สุขของพระอรหันต์จึงเป็นสุขที่ไม่ต้องอาศัยการเสพอารมณ์ เพื่อที่จะยินดีปรีดาแล้วตกเป็นทาสของการกระทบเหล่านั้น แต่เป็นความสุขที่เป็นอิสระเหนือสิ่งอื่นใด เรียกว่า "สันติสุข" คือสงบและสว่างจากเครื่องเศร้าหมองแห่งจิต เป็นความสุขที่ไม่ต้องกังวล หรือติดพันกับอะไรในโลกให้ทุกข์เลย และชีวิตก็ปราศจาก
- การเบื่อหน่าย
- ความเหงา
- ความร้อนรน
- ความฟุ้งซ่าน
- ความเซื่องซึม หดหู่
ฯลฯ

มีแต่ความกระปรี้กะเปร่า มีชีวิตชีวา และสดชื่น เยี่งผู้ที่ตกเป็นทาสของอารมณ์
จึงกล่าวว่า สุขของพระอรหันต์เป็นสุขที่ไม่ต้องอาศัยเวทนา
#4 by Gow27 At 2006-03-20 23:12,
สอบเสร็จยังเอ่ย
Get A เยอะๆ น่อเดโท ^0^

AF ไม่หายล่มซะทีแฮะ
#3 by SoraChan(-_-;) At 2006-03-05 17:40,
มันไม่สามวันแล้วอ่ะหลิง T-T

เคยคิดหลายรอบเหมือนกัน ว่าเรามันไม่เหมาะกับชีวิตแบบนี้เอาซะเลย เฮ้อ........... เหนื่อย .......หน่าย
#2 by Detonator At 2006-03-03 16:04,
:D เตรียมบวชได้แล้วเธอ


AF เพิ่งล่มสามวันเอง จิ๊บๆน่า
#1 by ~ K o t o k o ~ At 2006-03-02 11:27,

Detonator
View full profile