2007/Jan/27

เรื่องนี้ เกิดขึ้นในระหว่างการทำงานหารายได้และประสบการณ์เล็กน้อย กับชมรม ITTAG แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

ชมรมนี้ มีต้นกำเนิดมาจากกลุ่ม นศ. ที่สมัครทำงานเฝ้าและดูแลห้องกิจกรรมคอมพิวเตอร์ในหอพัก( ซึ่งปกติจะเรียกสั้นๆว่า TA ) ซึ่งเป็นสวัสดิการเล็กๆน้อยๆ สำหรับให้ นศ. ในหอพักภายในมหาวิทยาลัย มีโอกาสเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น(เพื่อทำการบ้านส่งอาจารย์) รวมถึงได้ผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนในบางโอกาส

ตราบที่เวลาผ่านมาหลายๆปี ก็มีปัญหาอย่างหนึ่งมาตลอดคือ TA มักจะบกพร่องในการมาเปิดห้องคอมฯ มาช้าบ้าง ไม่มาบ้าง หรือมาทำงานไม่เต็มชั่วโมงบ้าง ( แต่ก็เอาค่าแรงเต็มชั่วโมงได้ เนื่องจากไม่มีคนมาตรวจสอบว่าทำงานจริงหรือไม่ )

ขอชี้แจงก่อนว่า ห้องคอมฯนี้ จะเปิดตั้งแต่เวลา 1700น. - 2300น. โดยแบ่งเป็น 3 กะทำงาน , กะละ 2 ชั่วโมง , โดยห้องคอมฯหนึ่งๆ จะต้องมี TA รักษาการณ์อยู่ 2 คน
ปัจจุบันนี้ มีห้องคอมฯ ที่เปิดใช้อยู่ 3 ห้อง คือ บริเวณหอเอเชี่ยนเกมส์ C8 , หอพักในหญิง 2 , และหอพักในหญิง 6 ( ขอเรียกสั้นๆว่า C8 , W2 , W6 ล่ะกันน่ะ :) )

แค่ TA มาลงชื่อทำงานในกะใดกะหนึ่ง เขาก็ได้ค่าแรงไป 2 ชั่วโมง( 30 บาท/ชั่วโมง ) แม้จะมีอาจารย์ที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าทีหอพักแวะไปดูบ้าง และได้รับรู้พฤติกรรมดังกล่าวบ้าง(แต่ก็น้อยครั้ง เพราะไม่มีเวลามาตรวจประจำ ) แต่ก็ขาดการตรวจอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ TA สามารถซื้อผักชี มาโรยหน้าข้าวผัดได้ , เรื่องเหล่านี้จะรู้ได้ก็จากข้อติชมที่ผู้ใช้บริการส่งไปที่ศูนย์บัญชาการหลัก ITTAG เท่านั้น

เป็นเหตุให้ปีการศึกษานี้ มีงานขึ้นมาอีกสายหนึ่ง คือ พี่เลี้ยง TA ( ซึ่งมีหน้าที่ไปตรวจการทำงานแต่ละกะของ TA และให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค หรือข้อสงสัยในการทำงานและขึ้นเงิน ) ซึ่ง เทอมแรกให้ พี่เลี้ยง TA รับผิดชอบเป็นกะๆ ไป แต่ภายหลังพบปัญหาขาดแคลนบุคคลากร หรือความต่อเนื่องของงาน , เทองสองจึงได้เปลี่ยนเป็น พี่เลี้ยง 1 คน รับผิดชอบเต็ม 1 วัน ( เน้นการทำงานแบบ remote access ทำงานผ่านโทรศัพท์ โดยอาศัยการรายงานผ่านมาจาก TA ส่วนหนึ่ง , และบางส่วนก็ต้องไปตรวจห้องคอมฯด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเวลาทำงาน กะแรก ของวัน )

;
;
เข้าเรื่องแล้วครับ ^^! จำเป็นต้องปูพื้นนิดหน่อย ไม่งั้นอาจจะไม่เข้าใจในตัวเนื้อหาที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้

ผมเป็นพี่เลี้ยง TA ประจำวันพุธ
เนื่องจากสัปดาห์ทำงานสุดท้ายก่อนสอบกลางภาค ที่ W6 กะทำงานที่ 2 , มี TA มาทำงานหนึ่งคน อีกคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนกันยังไม่มา , โดยระเบียบการแล้วถ้า TA ไม่ครบ ต้องหา TA สำรองเข้ามาทำแทนให้ครบให้ได้ ถ้าไม่งั้นพี่เลี้ยงก็ต้องลงทำงานเอง( กำ - -! ) และโดยมติในที่ประชุมสามัญประจำเทอมก่อนเริ่มงานเทอมนี้ ได้ตกลงกันไว้ว่าให้ TA ผ่อนผันมาสายได้อย่างมากที่สุด 20 นาที เท่านั้น

วันเกิดเหตุนั้น 19.20น. แล้ว เธอคนนั้นก็ยังไม่มา... ผมเลยขอให้ TA อีกคนที่เป็นเพื่อนกัน โทรไปถามดูว่าจะมาหรือเปล่า ได้ความมาว่า เธอกำลังประชุมอะไรซักอย่างของหอพัก และยืนยันว่าจะไปทำงาน เธอบอกว่ากำลังจะออกไปแล้ว ขอเวลาอีก 5 นาที.....

แม้จะผิดระเบียบ แต่ผมก็ไม่อยากผิดใจใครโดยไม่จำเป็นนัก อย่างน้อยๆเขายืนยันว่าจะมา และผมให้เวลาเขา 5 นาที ตามที่ขอ

5 นาทีผ่านไป....... เลยไปถึง 7 นาที เธอยังไม่มา......

ผมบอกให้เพื่อน TA ของเขาโทรไปถามให้แน่ใจว่า เขาจะมารึเปล่า ถ้าตอนนี้ยังอยู่ไกลที่ ทำงาน ก็บอกไปว่าไม่ต้องมาแล้ว ... เขาตอบมาว่า ขอเวลา 5 นาที

ok.... แต่ 5 นาทีที่ขอไป มันผ่านไปแล้วนี่นา........... -___- ผ่านไป 7 นาทีแล้วด้วย

เนื่องจากมี TA สำรอง นั่งเล่นเน็ตในห้องนั้นพอดี ผมจึงขอให้เธอทำงานกะนี้แทน , เธอก็ลงชื่อเข้าทำงานเรียบร้อย , ผมก็โล่งอกว่า ผมจะได้ไปตรวจห้องคอมฯ ห้องถัดไปซักที

พอผมเดินออกไปจากห้อง W6 ไม่ถึงสามก้าว ก็พบ TA เจ้ากรรมที่มาสาย มาถึงที่พอดี เธอถามว่าทันรึเปล่า ผมก็บอกไปว่าไม่ทันแล้ว ให้ TA สำรองทำงานไปแล้ว

เธอ : ก็ขอไว้แล้ว 5 นาทีไง

ผม : มันเลย 5 นาทีไปแล้วจริงๆ โดยระเบียบการทำงาน ผมให้มากกว่านี้ไม่ได้

เธอ : นี่หนูอุตส่าห์วิ่งมาจากอินเตอร์โซนเลยน่ะ( อินเตอร์โซน เป็นสถานที่หนึ่งในมหาลัย ซึ่งอยู่ห่างจาก W6 ไปประมาณ 400 เมตร... )

ผม : ขอโทษด้วยครับ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วจริงๆ โดยระเบียบการ ได้ให้ TA สำรองลงชื่อทำงานไปแล้ว

ผม : คือถ้าการประชุมเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ คุณสามารถเลือกที่จะไม่มาทำงานก็ได้ เรื่องนี้เป็นทางเลือกที่คุณสามารถเลือกได้ ยังไงซะค่าแรงทำงานก็ชั่วโมงล่ะ 30 บาทเอง , ถ้าเรื่องที่ประชุมมีค่ามากกว่า 30 บาท ก็ควรเลือกที่จะไม่มาทำงาน

เธอ : โอเคๆ ไม่เป็นไรค่ะ ( ตอบเสียงห้วนๆ เบินหน้าอย่างหน่ายๆไปทางอื่น )

;
;
หลังจากสอบกลางภาคเสร็จ รอบทำงานสองรอบแรก ผมก็พบว่า คุณเธอไม่มาทำงาน

ซึ่งโดยระเบียบการแล้ว ถ้า TA ขาดงาน 2 รอบซ้อน , กะทำงานกะนั้น สามารถเปิดให้ TA คนอื่นขอเข้ามาทำงานประจำได้ทันที , และผมก็ชี้แจงเรื่องนี้ให้ TA คนหนึ่ง ที่ผมเรียกมาทำงานทำรองแทน

ปรากฏว่า เธอ เป็นเพื่อนกับ TAต้นเรื่อง คนนั้นซะอีก..... เธอบอกว่า จะไปคุยกับ TA คนนั้นซะก่อน.....

ตอนนี้ ก็ผ่านจากเหตุการณ์แรกเริ่มเรื่องนั้นไป เกือบ 1 เดือนแล้ว ( 1 สัปดาห์หยุดก่อนสอบ 1 สัปดาห์สอบ , 2 สัปดาห์ ที่ TAต้นเรื่อง ไม่มาทำงาน )

สัปดาห์ต่อมา TAต้นเรื่องนี้ ก็มาทำงาน.... ผมเข้าไปตรวจเวรตามปกติ

ปรากฏว่า TAต้นเรื่อง เธอนั่นเล่นคอมอยู่หลังจออย่างเดียว ไม่แม้แต่จะเบือนสายตามามองผม , ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ทำให้ผมพอรู้ได้ว่า เธอ ยังอารมณ์เสียอยู่แน่ๆ จากเหตุการณ์แรกเริ่มนั่น

จนผมจะออกจาก W6 , ขณะกำลังเดินออกมา ผมเหลือบไปดู พบว่า TAต้นเรื่อง จ้องมาเขม็ง มาทางผม , ผมก็เดินต่อไปจนถึงประตู โดยก็มองดูไปด้วย ( นับ 1 2 3 ในใจ เธอก็ยังจ้องตาเขม็งอยู่ -___- )
ผมคิดว่าควรจะถามอะไรซักหน่อย และต้องถามแบบใช้คำพูดที่ไม่กวนน้ำให้ขุ่นกว่าเดิม

ผมถามไปว่า "มีอะไรรึเปล่าครับ?" ( ซึ่ง คำพูดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวผมคือ " มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ" แต่ผมคิดดีที่สุดแล้ว จะตัดคำว่า "ปัญหา" ออกไป เพื่อให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด )

เธอตอบมาว่า "แล้วพี่ล่ะมีปัญหาอะไรรึเปล่า!" (น่าน.... ไม่วายหาเรื่องจนได้ อุตส่าห์เลี่ยงแล้วน่ะ )

ผมตอบไปว่า "ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ" , เธอก็บอกว่า "ไม่มีอะไรเหมือนกัน" แล้วเธอก็เข้าไปนั่งหลังจอคอมฯ ใช้จอคอมบังหน้าบูดๆของเธอไว้ต่อไป

ผมก็เดินออกไปจากที่แห่งนั้น เพื่อไปตรวจห้องต่อไป.....

;
;
สิ่งที่สะดุดใจผมคือ
- เรื่องผ่านไปเป็นเดือน ยังแค้นอยู่อีกเหรอ?
- เธอบกพร่องต่อหน้าที่ ผมทำตามหน้าที่ ซึ่งก็ได้ตกลงกันไว้รู้ทั่วกันก่อนมาทำงานแล้ว , เธอโกรธผมเรื่องอะไร?
- เวลาทำงานที่ TA ควรระลึกถึงคือ "เวลาเริ่มกะ" ไม่ใช่ "เวลาเริ่มกะ+20นาที" ไม่ใช่หรืออย่างไร , กะเอาแบบว่า จะมาสายให้เต็มที่เชียว -___-"

นี่ระดับ นักศึกษา มหาลัย ชื่อดัง ยังทำอะไรแบบนี้ , ผมจำได้ว่าเจอคนพาลแบบนี้ครั้งหลังสุด ก็ตอนอยู่ประถมนู่น.... ไม่นึกว่าจะมาเจออีกในระดับมหาลัย...

จวนเจียนจะออกไปทำงานหาเลี้ยงตัวเองอยู่แล้ว สมองคิดได้แค่นี้

ทำงานด้านนอกจริงๆ นาฬิกา ตอกบัตรของสำนักงาน มันไม่มีข้อผ่อนผันให้อย่างนี้ ด้วยซ้ำไป

เฮ้อ........... แบบนี้เรียกว่า เกรียนไท้ไท.......ได้รึเปล่าน่ะ

Comment

Comment:

Tweet


ใจเขาใส่ใจเราครับ..
ผมว่า ปัญหานั้นน่ะ
เกิดขึ้นในช่วงที่คุณอธิบายเหตุผลนั่นแหละ
การที่ไปพูดยกเหตุผลในเชิงเปรียบเทียบค่าของงานหนึ่งๆ กับภารกิจหนึ่งๆ ของผู้อื่น มันเป็นเรื่องไม่สมควรนะฮะ

ยกตัวอย่าง ถ้าเกิดอุบัติเหตุกับญาติๆเขา มันก็ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปบอกเชิงสั่งสอนว่า..
"ลาหยุดไปไม่ดีกว่าเหรอ แบบเนี้ย?"
และ คนที่เจอปัญหา ก็คงด่าอยู่ในใจแหละครับว่า
"(เมิงไม่ได้เจอเหมือนกรูนี่.. เมิงไม่รู้หรอกว่ากรูเจออะไรมา แล้วนี่กรูก็รีบวิ่งมาแล้วนะ แต่มาโดนต่อว่าแบบนี้ ..)"

แล้วก็จะกลายเป็นปัญหาอีกหลายตลบ (^__^)

ฉะนั้น เรื่องของเขาก็คือเรื่องของเขา กรณีที่เขามาสาย ก็ถือว่าขาดงานซะ
แล้วก็น่าจะบอกแค่ว่า
"เกินเวลาแล้วจริงๆครับ"
เหตุผลไม่ต้องชี้แจ้ง ไม่เกิดการก้าวก่าย

ยกเว้นถ้าเจ้าตัวอยากทราบเหตุผลจริงๆ
(ประมาณว่ามาทำงานเป็นเดือนแล้วยังจำกฎระเบียบไม่ได้)
ก้สนองเตือนให้รู้ตัวจะดีกว่าครับ

แต่ ไม่ได้หมายความว่าTA ไม่ผิดนะครับ
ขานั้นน่ะผิดเต็มๆเลยแหละ
เวลาที่ถูกต้องคือ (เวลาเริ่มกะ) ไม่ใช่ (เวลาเริ่มกะ+20นาที) น่ะ คิดถูกแล้วครับ


แล้วก็อีกอย่างนะครับ วิธีแก้ปัญหาทำได้ง่ายมากๆ หากคุณเป็นคนที่เข้าใจสังคมที่คนแทบจะไม่เข้าใจคนอื่นได้100%
ความแค้น+ความแค้น = ความทุกข์
ความแค้น+ความดี = สูญสลาย
ความดี+ความดี = สุขทั้งกายและใจ

เชื่อซิ หากคุณเป็นคนดีจริงๆ ปั้นหน้ายิ้มแย้ม พูดแบบเปิดอกกันไป ปัญหาอะไรๆก็คงง่ายแก้ได้ง่ายขึ้นครับ

หรือ เริ่มต้นแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ซื้อหนมไปฝาก TA งิงิ
#6 by NanioN (203.188.50.123) At 2007-02-25 21:05,
มีความสุขมากๆในวันแห่งความรักนะ เดโท

ความรักอวยพรค่า...
#5 by alonegirl (125.26.50.175) At 2007-02-14 08:35,
ดีค่า...

พอจะนึกภาพออกบ้างนะ เพราะที่ม.เจ้าหน้าที่ศูนย์self ก็พอๆกัน

- - "

คนเรามักหาข้อแก้ตัวให้ความความผิดพลาดของตัวเอง แม้ว่าข้อแก้ตัวนั้นจะดูไม่ค่อยได้ผล วิธีที่จะทำให้สบายใจที่สุด ก็คงไม่พ้นการโยนความผิดที่เกาะกุมจิตใจไปให้ผุ้อื่นว่าเป็นสาเหตุ
#4 by alonegirl (125.26.55.93) At 2007-01-27 11:05,
มาลองตอบคำถามละกันครับ <ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างที่ผมคิดไหมนะ>
1. เรื่องผ่านไปเป็นเดือน ยังแค้นอยู่อีกเหรอ?
เป็นคำตอบอยู่ในตัวแล้วครับ ... ความแค้นไม่ใช่เรื่องที่จะสูญสลายไปได้ง่ายๆ ความรู้สึกเชิงลบมักติดอยู่ในใจคนมากกว่าความรู้สึกเชิงบวก เพราะคนที่โดนคุกคาม (ไม่ว่าจะเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่) ก็คงไม่ได้รู้สึกดีนัก
อีกอย่างคือถ้าเข้าใจได้ถึงธรรมชาติของคนไทยสมัยนี้แล้วล่ะก็ ... ปัญหานี้แทบไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ
ผมว่าเดโทเองก็คงมีคำตอบสำหรับปัญหานี้อยู่แล้วแหละ ใช่มะ?

2.ก็อย่างที่รู้กันครับ หาได้ยากที่คนที่บกพร่องต่อหน้าที่จะยอมรับว่าตัวเองสมควรรับผิดชอบในความบกพร่องนั้นจริง คนไท้ไทก็มีเหตุผลที่จะแก้ตัวต่อข้อบกพร่องของตัวเองอยู่ตลอดเวลาแหละครับ ในปัจจุบันหน้าที่เป็นตัวแปรที่มักถูกละเลยไว้ท้ายที่สุดอยู่เสมอ
ข้อตกลงไม่ได้ช่วยทำให้คนผิดเป็นคนผิดได้หรอกครับ ตราบใดที่เขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำผิด เขาก็หาเรื่องโทษเราได้อยู่ตลอดเวลา ในโลกของเขา เราต่างหากที่จะเป็นฝ่ายผิดเสมอ
ดังนั้นไม่ต้องมีเหตุผลเขาก็โกรธเดโทได้ครับ ... แค่คำว่าไม่พอใจก็มากพอสำหรับคนส่วนใหญ่สมัยนี้แล้ว

3. คำตอบข้อสามนั้นสั้นๆง่ายๆครับ ... โรคระบาดที่แผล่หลายในหมู่คนที่มีความมักง่ายสูง
#3 by Aki (203.188.3.146) At 2007-01-27 08:08,
เหอๆ... คนไท้ไทมีนิสัยคือหยวนๆ... ไม่ค่อยตรงเวลากัน= =
คิดว่าอะไรๆก็ผ่อนผันกันได้...
#2 by Wiz^rD At 2007-01-27 00:45,
แม้ว่าไม่ได้แตะงาน TA มาก่อนก็จริงแต่ก็พอเข้าใจปัญหาที่บ่นๆเนี่ยล่ะ เพื่อนที่ทำ TA มาก็เคยบ่นเรื่องพวกแนวๆนี้ล่ะ

แบบนี้น่ะ เกรียน ได้เลยนะเนี่ย
ผัดผ่อนจนเคยตัว
#1 by Medic-kung At 2007-01-27 00:39,

Detonator
View full profile